บทความสอนหุ้น    ติดต่อเรา    หน้าแรก   
อีเมล: รหัส    
 
 
 
 

ทำไมกลยุทธ์ กระจายความเสี่ยง จึงไม่ได้ผล

ในโลกของการลงทุน ทุกคนคงเคยได้ยินคำพูดเหล่านี้กันมาบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็น
ความเสี่ยงสูง ผลตอบแทนสูง ไม่ควรเอาไข่ทุกฟองใส่ในตระกร้าใบเดียว? หรือ การลงทุนที่ดี ควรมีการกระจายความเสี่ยง

ความเสี่ยงเป็นเรื่องที่ยากจะหลีกเลี่ยงในการลงทุน และความเสี่ยงคืออะไรละ ในความคิดของผม ความเสี่ยง ก็คือ โอกาสที่จะไม่เกิดผลลัพธ์ตามที่คาดการณ์ไว้ เช่น การฝากเงินกับธนาคาร โดยคาดหมายว่าจะได้รับผลตอบแทนคือดอกเบี้ย 2% โอกาสที่จะไม่ได้รับดอกเบี้ยดังกล่าวถือว่าน้อยมาก ดังนั้นการฝากเงินกับธนาคารจึงถือได้ว่ามีความเสี่ยงที่ต่ำ แต่ถ้าเป็นการซื้อหวย เอาแค่เลขท้ายสองตัวแล้วกันนะครับ โอกาสที่ถูกหรือออกเลขที่ซื้อนั้นมีเพียง 1 ใน 100 เท่านั้น ดังนั้นการซื้อหวยจึงมีความเสี่ยงที่สูง



ส่วนความเสี่ยงในการลงทุนในหุ้นก็คือ โอกาสที่ราคาหุ้นนั้นไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ราคาของหุ้นไม่เป็นไปตามที่วิเคราะห์หรือคาดหมายไว้นั้นมีอยู่ด้วยกันหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยทางเศรษฐกิจ ปัจจัยทางการเมือง ปัจจัยของบริษัทเอง หรือแม้แต่สภาพอากาศ เป็นต้น ซึ่งหลายปัจจัยนั้นเป็นปัจจัยที่ยากจะคาดการณ์ หรือไม่สามารถควบคุมได้ การลงทุนในหุ้นจึงมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง ดังนั้น เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการลงทุน จึงได้เกิดทฤษฎีการกระจายความเสี่ยงขึ้น

ทฤษฎีการกระจายความเสี่ยงก็คือ การกระจายเงินลงทุนออกเป็นหลายส่วน เช่น กระจายการลงทุนไปในกองทุน ในหุ้น ในอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น หรือกระจายเงินลงทุนออกไปในหุ้นหลายๆ กลุ่ม เช่น ลงทุนในกลุ่มธนาคาร กลุ่มพลังงาน กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง เป็นต้น

แต่ทฤษฎีนี้ได้ผลจริงหรือ!? สำหรับตัวผมแล้ว มันขึ้นอยู่กับผู้ใช้มากกว่าครับ เช่น เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง ผมจึงลงทุนในหุ้น กองทุน และอสังหาริมทรัพย์ แต่ผมไม่มีความรู้ด้านอสังหาฯ เลย ดังนั้น การเข้าไปลงทุนในอสังหาฯ จึงเท่ากับเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับพอร์ตการลงทุนของผม

หรือในอีกกรณีหนึ่งคือ ผมไม่ได้ลงทุนในอสังหาฯ แต่เอาเงินส่วนใหญ่ไปลงทุนในหุ้นซึ่งผมมีความชำนาญ แต่เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงจึงได้กระจายการลงทุนลงไปในหุ้นกลุ่มต่างๆ ทั้ง กลุ่มธนาคาร กลุ่มพลังงาน กลุ่มวัสดุก่อสร้าง และกลุ่มโรงพยาบาล สรุปผมลงทุนไปในหุ้นทั้งหมดเกือบ 10 ตัว หากเกิดสงครามหรือสถานการณ์ที่ทำให้หุ้นทั้วโลกตกอย่างกระทันหัน ผมก็คงไม่มีทางที่จะขายหุ้นทั้งหมดได้ทัน หรือแม้แต่จะวิเคราะห์ข่าวสารที่เข้ามาในแต่ละวันว่า มีผลกระทบกับหุ้นทั้ง 10 ตัวของผมอย่างไรก็คงยาก ลองจิตนาการดูนะครับว่า ถ้าผมเอาไข่ใส่ในตระกร้าทั้ง 10 ใบ แล้วเกิดไฟไหม้ขึ้น ผมจะขนตระกร้าทั้ง 10 ใบอย่างไงโดยไม่ให้ไข่เสียหายเลย มันคงเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่ถ้าผมแบ่งไข่ใส่ตระกร้าแค่ 2 ใบ ผมก็คงจะไม่มีปัญหาแน่นอน

ตัวอย่างข้างต้นเป็นเรื่องของความเสี่ยง คราวนี้ลองมาดูในเรื่องของผลตอบแทนกันบ้างนะครับ สมมุตินะครับสมมุติว่า ผมได้ทำการวิเคราะห์อย่างละเอียดแล้วว่า หุ้น A มีโอกาสที่จะขึ้น และจะทำกำไรให้ผมได้อย่างน้อย 20% ภายในสิ้นปี แต่เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง ผมจึงแบ่งเงินออกเป็น 3 ส่วนเท่าๆ กัน โดยส่วนหนึ่งผมเอามาลงทุนซื้อหุ้น A อีกส่วนเอามาซื้อหุ้น B ซึ่งคาดว่าจะได้ผลตอบแทน 10% ส่วนที่เหลือก็เอาไปฝากธนาคารเพื่อไว้ใช้ยามฉุกเฉินโดยได้ดอกเบี้ย 2% สมมุติว่าผมมีเงิน 3,000 บาท ผลตอบแทนที่น่าจะได้จากการลงทุนครั้งนี้คือ 320 บาท ถ้าผลเป็นไปตามที่คาดนะครับ แต่ถ้าผมไม่กระจายไปลงทุนในหุ้น B ละ ผลตอบแทนที่ผมจะได้คือ 420 บาท

จากตัวอย่างนี้ จะเห็นได้ชัดว่า การกระจายความเสี่ยง มีผลต่อผลตอบแทนที่จะได้รับ ดังนั้นในการพิจารณาเรื่องการกระจายความเสี่ยงจึงต้องพิจารณาว่า ผลตอบแทนที่อาจลดลงนี้คุ้มค่ากับความเสี่ยงที่ลดลงหรือไม่

ดังนั้น ก่อนที่จะใช้ทฤษฎีการกระจายความเสี่ยง ก็ควรศึกษาทฤษฎีนี้ให้ดีเสียก่อน มิฉะนั้น อาจลงเอยเหมือนตัวอย่างของผม คือ เป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับพอร์ตการลงทุน หรือทำให้ผลตอบแทนที่ควรจะได้ลดลงก็ได้นะครับ

หมายเหตุ : ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความคิดเห็นของผู้เขียนเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุน

 

©2014 sornhoon.com All right reserved.

สอนหุ้น (sornhoon) version 1.01
 
หุ้น สอนหุ้น วิเคราะห์กราฟ ลงทุนในหุ้น ปัจจัยทางเทคนิค

สงวนลิขสิทธิ์ © ข้อความ,ข้อมูล,บทความ และรูปภาพทั้งหมด ภายในเวบไซต์เห่งนี้ ยกเว้นที่มาจากตำราหรือเอกสารอ้างอิง มาจากอื่นๆ เป็นลิขสิทธิ์© ของเวบไซต์ สอนหุ้น.คอม (sornhoon.com) ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ ผู้ที่คัดลอก,แก้ไขดัดแปลง,ลอกเลียน หรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะมีความผิดตามกฎหมาย นโยบายและข้อตกลง