บทความสอนหุ้น    ติดต่อเรา    หน้าแรก   
อันดับหุ้น

Technical

กราฟ day
อันดับหุ้นรายวัน 30 อันดับ
ราคาหุ้นขึ้นมากที่สุด ใน 1 สัปดาห์
ราคาหุ้นขึ้นมากที่สุด ใน 1 เดือน
ราคาหุ้นลงมากที่สุด ใน 1 สัปดาห์
ราคาหุ้นลงมากที่สุด ใน 1 เดือน
ราคาหุ้น break 100 วัน ขึ้น
ราคาหุ้น break 200 วัน ขึ้น
EMA 10 ตัด 50 ขึ้น
RSI Bullish Divergence
Bolinger Band บีบเข้าหากัน
กราฟ week
EMA 10 ตัด 50 ขึ้น
RSI Bullish Divergence
Bolinger Band บีบเข้าหากัน

Fundamental

หุ้นที่กำไรเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 4 ปี
หุ้นที่ปันผล > 5%/ปี ต่อเนื่อง 4 ปี
 
 
 
 

ทำไม กลยุทธ์การลงทุนที่ใช้จึงไม่ได้ผล

หากลองเดินเข้าไปในร้านหนังสือหรือ search ใน internet เพื่อหากลยุทธ์หรือเทคนิคการลงทุนมาใช้
จะพบว่ามันมีอยู่มากมายเหลือเกิน สำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ก็มักจะมีคำถามตามมาว่า ?แล้วกลยุทธ์ไหนละที่ work !?? แต่สำหรับนักลงทุนที่มีประสบการณ์มานานก็จะพูดว่า ?ก็คงเหมือนเดิม ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง?



ทำไม ถึงเป็นเช่นนั้น แล้วคนที่คิดกลยุทธ์หรือเทคนิคเหล่านั้นทำไมถึงใช้มันได้ผล แต่พอเราเอามาใช้ถึงไม่ได้ผล คงเป็นเพราะตลาดของเราไม่เหมือนกับของเขามั้ง คงเพราะเขาดวงดีมากกว่า โอ้ยถ้ามันได้ผลจริงปานนี้คนทั้งโลกก็คงรวยกันหมดแล้ว สุดท้ายก็จะจบลงด้วยวิธีของเราเอง หรือผสมกลยุทธ์หรือเทคนิคต่างๆ เข้าด้วยกันจนมั่วไปหมด

แต่ความจริงมันเป็นเช่นนั้นหรือ หรือเราไม่ยอมรับความผิดพลาดของเราเองและโทษกลยุทธ์และเรื่องมือต่างๆ ผมว่าลองมาพิจารณาดูก่อนไหมครับว่า เราได้ทำสิ่งผิดพลาดเหล่านี้หรือไม่

1. ไม่เข้าใจกลยุทธ์หรือเครื่องมือนั้นอย่างแท้จริง อาจเกิดจากศึกษาไม่เพียงพอ หรือการตีความผิด เช่นการวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิคนั้นจะได้ผลแค่ 50% แต่หลักสำคญนั้นอยู่ที่ว่า เมื่อผิดก็ให้ขาดทุนน้อยที่สุด แต่เมื่อถูกก็ให้ let profit run หรือทำกำไรให้มากที่สุด สุทธิออกมาก็จะทำให้ได้กำไร แต่ส่วนใหญ่จะเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม เมื่อผิดก็ปล่อยให้ขาดทุนมากเพราะไม่กล้า cut loss แต่เวลาได้กำไรจะรีบขายเพราะกลัวว่าเดียวถ้าหุ้นตกก็จะไม่ได้กำไร แค่นี้ก็พอแล้วดีกว่าไม่ได้เลย

2. ใช้บ้างไม่ใช้บ้าง แล้วแต่อารมณ์ อันนี้จะพบได้บ่อยเลยครับ เช่นตอนซื้อหุ้นก็ check กลยุทธ์และเครื่องมือต่างๆ อย่างดี แล้วก็ตัดสินใจซื้อ แต่พอมีข่าวในแง่ลบออกมาทั้งข่าวจริงและข่าวลือ เราก็มักจะรีบขายโดยไม่ได้ check กลยุทธ์หรือเครื่องมือที่ใช้ในตอนแรก

3. เปลี่ยนเทคนิคหรือกลยุทธ์เมื่อเหตุการณ์ไม่เป็นไปตามที่คาด ซึ่งจะพบได้บ่อยที่สุด เช่นตอนแรกซื้อหุ้นเพื่อเก็งกำไร หากหุ้นขึ้นถึงเท่านั้นเท่านี้แล้วจะขาย แต่พอมีเหตุการณ์หรือข่าวออกมาทำให้หุ้นไม่ขึ้นอย่างที่คิด ก็จะเริ่มเปลี่ยนกลยุทธ์จากเดิมที่จะเก็งกำไรเป็นกลยุทธ์ถือลงทุน เป็นต้น

4. ใช้เทคนิคหรือกลยุทธ์ไม่เหมาะกับหุ้น หุ้นแต่ละตัวจะมีพื้นฐานและพฤติกรรมไม่เหมือนกัน การเลือกกลยุทธ์ให้เหมาะกับการลงทุนในหุ้นแต่ละตัวจึงมีความสำคัญอย่างมาก

5. การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่รวดเร็วของผู้บริโภค ตลาด และตัวนักลงทุนเอง แม้คุณจะใช้การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน แต่ผลประกอบการของบริษัทต่างๆ ย่อมขึ้นอยู่กับยอดขาย ซึ่งการพยากรณ์ยอดขายนั้นเป็นเรื่องที่ยากมากขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันนั้นมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตามเทคโนโลยี ตลาดเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้นกลยุทธ์บางอย่างจึงอาจต้องปรับปรุงเพื่อให้เหมาะกับสภาพปัจจุบันด้วย

ความจริงแล้วสิ่งที่ทำให้กลยุทธ์ต่างๆ ไม่ได้ผลนั้นมีอยู่มาก แต่ที่ผมยกขึ้นมานี้เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยที่สุดครับ สิ่งสำคัญคือเราต้องรู้จักเรียนรู้จากความผิดพลาดเพื่อป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก แต่หากเอาแต่โทษสิ่งอื่นหรือคนอื่นเราจะไม่มีวันเรียนรู้และป้องกันมันได้อีก ประวัติศาสตร์ก็จะซ้ำรอยเดิมอยู่อย่างนั้น สุดท้านนี้ก็หวังว่าท่านนักลงทุนทั้งหลายจะร่ำรวยจากการลงทุนนะครับ

 

©2014 sornhoon.com All right reserved.

สอนหุ้น (sornhoon) version 1.01
 
หุ้น สอนหุ้น วิเคราะห์กราฟ ลงทุนในหุ้น ปัจจัยทางเทคนิค

สงวนลิขสิทธิ์ © ข้อความ,ข้อมูล,บทความ และรูปภาพทั้งหมด ภายในเวบไซต์เห่งนี้ ยกเว้นที่มาจากตำราหรือเอกสารอ้างอิง มาจากอื่นๆ เป็นลิขสิทธิ์© ของเวบไซต์ สอนหุ้น.คอม (sornhoon.com) ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ ผู้ที่คัดลอก,แก้ไขดัดแปลง,ลอกเลียน หรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะมีความผิดตามกฎหมาย นโยบายและข้อตกลง