บทความสอนหุ้น    ติดต่อเรา    หน้าแรก   
อันดับหุ้น

Technical

กราฟ day
อันดับหุ้นรายวัน 30 อันดับ
ราคาหุ้นขึ้นมากที่สุด ใน 1 สัปดาห์
ราคาหุ้นขึ้นมากที่สุด ใน 1 เดือน
ราคาหุ้นลงมากที่สุด ใน 1 สัปดาห์
ราคาหุ้นลงมากที่สุด ใน 1 เดือน
ราคาหุ้น break 100 วัน ขึ้น
ราคาหุ้น break 200 วัน ขึ้น
EMA 10 ตัด 50 ขึ้น
RSI Bullish Divergence
Bolinger Band บีบเข้าหากัน
กราฟ week
EMA 10 ตัด 50 ขึ้น
RSI Bullish Divergence
Bolinger Band บีบเข้าหากัน

Fundamental

หุ้นที่กำไรเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 4 ปี
หุ้นที่ปันผล > 5%/ปี ต่อเนื่อง 4 ปี
 
 
 
 

มีเงินออม 4-5 แสนบาท ลงทุน อย่างไรดี

สำหรับผู้ที่มีรายได้ประจำไม่มากนัก พอกินพอใช้เลี้ยงดูครอบครัว และมีเงินออมก้อนหนึ่งประมาณ 4-5 แสนบาท
ควรลงทุนอย่างไรให้ได้ประโยชน์พอสมควรโดยไม่เสี่ยงมาก เพราะถ้าเงินลงทุนเกิดเสียหาย จะทำให้ครอบครัวขาดความมั่นคงในทางการเงินเพราะรายได้ที่มีก็ไม่มากอยู่แล้ว



1. ผมแนะนำว่า การมีบ้านของตนเองถือเป็นความสำคัญอันดับแรก เพราะเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ ทุกคนต้องมีบ้านที่อยู่อาศัยให้กับตัวเองและครอบครัว ประโยชน์ที่ได้จากการซื้อบ้านมีดังนี้

ก. หากเราไม่มีบ้านก็ต้องไปเช่า จ่ายค่าเช่าเดือนละหลายพันหรือเป็นหมื่น เทียบกับการวางเงินดาวน์เพื่อซื้อบ้าน ค่าผ่อนจะไม่มากกว่าค่าเช่าเท่าใดนัก การวางเงินดาวน์เพียง 10% แล้วผ่อนไป 10 ปี, 15 ปี หรือ 20 ปี ก็จะเป็นเจ้าของบ้านโดยสมบูรณ์ การผ่อนบ้านจึงไม่มีภาระหนักกว่าการเช่าบ้านเท่าใดนัก และถือเป็นการออมเงินไปในตัว

ข. บ้านเป็นทรัพย์สินที่ยิ่งใช้ราคายิ่งเพิ่ม ต่างกับการซื้อรถยนต์ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือซึ่งใช้ไปไม่กี่ปีราคาหายไป 50-90%

ค. การอยู่บ้านที่สะดวกสบายได้รับความสุขทางใจอย่างมาก ทรัพย์สินบางอย่างเราไม่เคยเห็นตัวตน เช่น เงินฝากแบงค์หรือหน่วยลงทุนที่ซื้อกับ บลจ. หรือหุ้นที่ฝากไว้ที่ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์

ง. เงินผ่อนบ้านหักภาษีได้ปีละ 50,000 บาท ถ้าคุณมีรายได้ปีหนึ่งเกินกว่า 5 แสนบาท ต้องเสียภาษี 20% ผ่อนบ้านไป 50,000 บาท เท่ากับรัฐบาลคืนภาษีให้ 10,000 บาท

จ. รัฐบาลส่งเสริมการซื้อขายบ้านมือสอง ดังนั้น เมื่ออยู่นานไปบ้านเกิดคับแคบ เช่น มีลูกเพิ่มขึ้น คุณก็สามารถย้ายไปซื้อบ้านหลังใหม่ เงินได้จากการขายบ้านได้รับยกเว้นภาษี ถ้าคุณอยู่บ้านหลังเดิมตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป และเอาเงินที่ขายไปซื้อบ้านหลังใหม่ภายในหนึ่งปีก่อนหรือหลังจากขายบ้านหลังเดิม

ฉ. ต่อไปเมื่อผู้ลงทุนอายุมากและเสียชีวิต บ้านก็ยังตกเป็นมรดกให้กับลูกหลานอีกด้วย

2. คนมีรายได้มักจะต้องเสียภาษี ดังนั้น ควรซื้อกองทุน RMF หรือกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ เท่ากับ 15% ของรายได้เพื่อหักภาษี และซื้อกองทุน LTF หรือกองทุนหุ้นระยะยาวอีก 15% ของรายได้ ซึ่งกองทุนทั้งสองนี้ใช้หักภาษีได้ทั้งคู่ รวมกันลดภาษีไปได้อีก 30% การลงทุนต้องพยายามสร้างแต้มต่อคือ ใช้หักภาษีได้ เป็นเงินออม และมีผลตอบแทน กองทุน RMF และ LTF ให้ผลตอบแทนโดยเฉลี่ย 3-10% แล้วแต่ประเภทที่เลือกลงทุน

3. หากมีบ้านแล้วคุณอยากลงทุนในด้านการเงิน แบ่งเงิน 20% หรือ 1 แสนบาท ไปซื้อกองทุนหุ้นจาก บลจ. คือ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เช่น บลจ. ทหารไทย, บลจ. วรรณ, บลจ. ไทยพาณิชย์ หรือ บลจ. กสิกรไทย หากไม่คุ้นเคยกับ บลจ. เหล่านี้ ก็ติดต่อธนาคารพาณิชย์ได้ทุกสาขา เพราะธนาคารเป็นตัวแทนขายหน่วยลงทุน การซื้อกองทุนหุ้นแม้จะมีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่ถ้าเศรษฐกิจของประเทศขยายตัวได้ดี ก็มีโอกาสได้ผลตอบแทนใน 5 ปี เฉลี่ยปีละ 5% ข้อดีคือ หากฉุกเฉินสามารถถอนมาใช้ได้ทุกเวลา

4. ผมแนะนำให้เอาเงินอีก 60% หรือราว 3 แสนบาท ไปซื้อหน่วยลงทุนระยะยาวตั้งแต่ 2 ปีขึ้น จาก บลจ. ซึ่งให้ผลตอบแทน 4.2-4.5% ต่อปี โดยไม่ต้องเสียภาษี เนื่องจากผู้ลงทุนมีเงินน้อย จึงไม่ควรเอาเงินไปเสี่ยงซื้อหุ้น ควรหลีกเลี่ยงการซื้อสลากออมสิน เพราะโอกาสถูกรางวัลยากมาก และต้องถือไว้ยาวถึง 3 ปี ทำให้เงินถูกล็อคอยู่นาน ถ้าหากไม่ถูกรางวัลเลยเมื่อครบ 3 ปี ได้คืนดอกเบี้ยเพียง 1-2% ซึ่งน้อยกว่าการซื้อหน่วยลงทุนตั้งครึ่งหนึ่ง

5. เงิน 20% ที่เหลือ คือ อีก 1 แสนบาท ซื้อทองคำไว้ประมาณ 10 บาท เพราะทองคำเป็นทรัพย์สินที่มีค่า ไม่เสื่อมสลาย มีโอกาสได้กำไรปีหนึ่ง 6-8% ซื้อง่ายขายคล่อง โดยต้องซื้อจากร้านใหญ่ เช่น ฮั่วเซ่งเฮง หรือ จินฮั้วเฮง อย่าซื้อทองคำจากร้านเล็ก ๆ เนื่องจากทองคำต้องได้มาตรฐาน คือ มีเนื้อทองบริสุทธิ์ 96.5% และ 1 บาท ต้องได้น้ำหนัก 15.16 กรัม การซื้อทองจากร้านเล็ก ๆ จะได้น้ำหนักไม่ครบตามพิกัดและความบริสุทธิ์ไม่ถึง 96.5% ด้วย ต้องระวังในเรื่องนี้ แม้สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. จะมีการตรวจสอบอยู่ แต่อย่าเสี่ยงดีกว่า

เหตุที่ผมไม่แนะนำให้เอาเงินฝากธนาคารเนื่องจากได้ดอกเบี้ยต่ำมาก ประมาณ 1% และเมื่อรับดอกเบี้ยยังถูกรัฐบาลเก็บภาษีอีก 15% เหลืออยู่เพียง 0.85% คนเราควรพยายามออมทุกเดือน ดังนั้น รายได้ประจำหากมีเงินเหลือก็ฝากออมทรัพย์ไว้เพื่อใช้ในยามฉุกเฉิน และเมื่อมีเงินฝากออมทรัพย์ถึง 80,000 บาทแล้ว เอาส่วนที่เกินไปลงทุนใน 3-4 แบบ ตามที่ผมกล่าวข้างต้น

ท้ายที่สุดการออมและลงทุนต้องมีวินัย ใช้ระยะเวลายาวมาก ดร. สุวรรณ เริ่มออมเงินตั้งแต่อายุ 15 ขณะนี้อายุ 61 ปีแล้ว ยังออมอยู่เป็นประจำ กว่าจะสร้างฐานะมาได้จนถึงทุกวันนี้ใช้เวลา 46 ปี

 

©2014 sornhoon.com All right reserved.

สอนหุ้น (sornhoon) version 1.01
 
หุ้น สอนหุ้น วิเคราะห์กราฟ ลงทุนในหุ้น ปัจจัยทางเทคนิค

สงวนลิขสิทธิ์ © ข้อความ,ข้อมูล,บทความ และรูปภาพทั้งหมด ภายในเวบไซต์เห่งนี้ ยกเว้นที่มาจากตำราหรือเอกสารอ้างอิง มาจากอื่นๆ เป็นลิขสิทธิ์© ของเวบไซต์ สอนหุ้น.คอม (sornhoon.com) ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ ผู้ที่คัดลอก,แก้ไขดัดแปลง,ลอกเลียน หรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะมีความผิดตามกฎหมาย นโยบายและข้อตกลง